วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554

คนแก่เล่นเน็ต




วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ขี่จักรยานก็เท่ห์ได้

video
ขี่จักรยานก็เท่ห์ได้
จากผลพวงแห่งการจัดการเรียนรู้ ในวันสิ่งแวดล้อมโลก ของทุกปี
โรงเรียนอนุบาลศรีสะเกษ ได้จัดรณรงค์เรื่องการขี่จักรยาน เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี ไม่สร้างมลภาวะ
และเป็นการใช้พลังงานทดแทน นักเรียนได้ซึมซับ ความรู้
ไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
มีการขี่จักรยานในชีวิตประจำวัน ออกกำลัง เสริมสร้างสุขภาพที่ดี
ไม่สร้างมลพิษ ประหยัดพื้นที่จราจร
ไม่ต้องโดนจับเรื่องใบขับขี่ หาที่จอดง่าย
เป็นที่ชื่นชมของผู้พบเห็น ช่วยประหยัดเงินให้กับพ่อแม่ และทำให้ประเทศชาติมีเงินออมมากขึ้น
เป็นอีกแรงหนึ่ง ช่วยหลวงตามหาบัว ทำให้เงินคงคลังของประเทศไทยมากขึ้น
และผู้ที่ยืนยิ้มอยู่ข้างรั้ว อย่างภาคภูมิใจคือ ท่านผอ.ทิวา รุ้งแก้ว
ที่ได้ทราบว่า นี่คือผลพวงแห่งการจัดการเรียนรู้
ซึ่งการจะรู้ผล ต้องอาศัยเวลา นึ่แหล่ะคือการศึกษาที่แท้จริง หาใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ
ขอให้ลูกๆ ได้ถีบจักรยาน อันหมายถึง การก้าวเดินไปข้างหน้า การพัฒนา
ที่สร้างคุณค่า พลังงานสู่ร่างกาย สุขภาพแข็งแรง
เศรษฐกิจบ้านเมืองเข้มแข็ง และสร้างรอยยิ้มให้คนรอบข้าง
พ่อแม่ที่ชื่นชม คุณครูที่ดีใจ และเพื่อนๆ ที่ได้รับสิ่งแวดล้อม อากาศที่ดี
ลูกๆคือคนไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
เท่ห์ อย่างมีคุณค่า รักษาสิ่งแวดล้อม
ด้วยความชื่นชม
จาก ครูซุนย้ง แซ่เตียว

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

วิจิตร นามวงษ์

ไม่ถึงคราวตายไม่วายชีวาวาต
ใครพิฆาตเข่นฆ่าไม่อาสัญ
ถึงคราวตายไม่วายชีวาวัน
ไม้จิ้มฟันกระแทกเหงือกยังเสือกตาย
พูดแล้วกินเหล้าต่อไป

หลานผู้พี่กับลูกผู้น้องที่เกิดปีเดียวกัน และมีบ้านที่บันไดชนกัน ถูกเลี้ยงดูแบบคูแฝดมาตั้งแต่เล็กเจ็ดปี ไปตักน้ำใส่ตุ่มก็ไปด้วยกัน ไปนา ไปเลี้ยงควายก็ไปด้วยกัน เรียนหนังสือด้วยกัน ไปอยู่วัดก็ไปด้วยกัน ตั้งแต่ชั้น ประถมศึกษาปีที่ หนึ่งจนถึงชั้น มัธยมศึกษาปีที่ สาม เสื้อผ้า อาหาร การกินอยู่ไปมา แทบจะเป็นเงาตามตัวกันโดยตลอดชีวิต ไปเรียนครูที่วิทยาลัยครูอุบลด้วยกัน มาบรรจุก็ไปพบกันเป็นประจำ จะไปจีบสาวก็ไปด้วยกัน แม้ทำงานก็พึ่งพาอาศัยกัน งานศพ งานแต่ง งานมงคง อวมงคล ก็ญาติและเพื่อนๆเหมือนๆกัน แต่ละวัน ก็พบกันเช้าเย็น ที่บ้านริมบึงข้างๆกัน มันเป็นความผูกพันธ์ยากที่จะบรรยาย
ผมไปเรียนที่กวางโจก็โทรศัพท์คุยกัน ใช้อีเมล์ไม่คล่องก็พยายามที่เขียนอีเมล์โต้ตอบกัน รู้ว่าเพื่อนชอบอะไร เราก็รู้ ไปปักกิ่งก็เอาของชอบมาฝาก ไปอยู่ที่ไกลก็อยากสนับสนุนบ้านเกิดเมืองนอน สนับสนุนเพื่อนในการทำงาน พยายามหาของขวัญรางวัลมาให้เด็กและมามอบด้วยตนเอง ความเป็นห่วงเป็นใยของเพื่อน ญาติ หรือแทบจะเรียกได้ว่าคู่แฝด
เวลาญาติผู้ใหญ่เรียกก็จะเรียกชื่อรวมกัน เช่นไปหายายอินทร์แกก็จะพูดว่า ครูจิตครูต๊๋ จะไปเยี่ยมญาติที่ไหนๆก็จะเรียกชื่อรวมกันอย่างนี้มาตลอด กลับมาจากต่างประเทศก็จะมีผู้อำนวยการวิจิตร นามวงษ์คนนี้ร่วมดีใจ ร่วมฉลองกันทุกครั้ง สร้างบรรยากาศ แห่งความกระตือรือร้นตื่นเต้นเมื่อพบกัน ตั้งความหวังว่า จะร่วมกันไปเยี่ยมญาติที่เมืองจีนสักครั้ง
เมื่อครั้งเดินทางออกจากหมู่บ้านไปเรียนที่โรงเรียนยางชุมน้อย(หน่วยคุรุราษฎร์รังสรรค์)ก็ไปด้วยกัน สามคน คนแรกก็ นิติกรของฝ่ายสามัญของโรงเรียนมัธยมที่จังหวัดยโสธร นายประเสริฐสิน บุตรภักดีธรรม เมื่อประมาณแปดปีที่แล้ว ก็ล้มในห้องน้ำก็ขึ้นสวรรค์ไปแล้ว
ทีนี้เหลือเราสองคน ที่ญาติๆชอบเรียกชื่อติดกัน ว่าครูจิตครูตี๋ ตอนนี้มาเหลือชื่อเราคนเดียว แค่ครูตี๋ ใจมันหดหู่อย่างไรไม่รู้น่ะ คนอื่นจะไปนรกหรือสวรรค์ เราก็ไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่นัก แต่เมื่อ ผู้อำนวยการวิจิตร นามวงษ์ พอได้ข่าวว่าจะไปสวรรค์ ใจมันหดหู่ชอบกล เหมือนตัวของเรามันหายไปครึ่งตัวเลย เหมือนแขน ขา ขาดไปครึ่งหนึ่ง
เหลือแต่ภาพแห่งความทรงจำ ทั้งทุกข์ ทั้งสุข การต่อสู้ปัญหาอุปสรรค ภาพของนักโวหาร ท่องจำคำพูด คำคม วา ทะ ต่างๆ มาพูดในโอกาสต่างๆ ให้ผู้คนได้ประทับใจ ได้มีความสุข ได้มีความหวัง มีพลังที่เข้มแข็ง ใจกว้าง ชอบเป็นผู้นำ อดทน รักเกียรติ ศักดิ์ศรี ที่หลายคนประทับใจ ในความเป็นพ่อที่ดูแลลูกๆ เป็นได้ทั้งพ่อ แม่ เพื่อน ให้ความอบอุ่น ให้การศึกษา หลายคนบอกว่าทำหน้าที่แม่ได้อย่างประเสริฐเมื่อแม่ของลูกไม่อยู่
เราซุนย้ง แซ่เตียว ฝาแฝด หลานผู้พี่ กับเพื่อน ที่เป็นลูกผู้น้อง ขอให้เพื่อนไปสู่สวรรค์ และมีสุขในชั้นสวรรค์เทอญ
ผอ.วิจิตร นามวงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านยางชุมใหญ่
สวดอภิธรรมศพ วันที่ 30 พ.ค. - 1 มิ.ย. 2554 ณ บ้านเลขที่ 309 ม.7 ต.ยางชุมน้อย อ.ยางชุมน้อย (ตรงข้ามโรงพยาบาลยางชุมน้อย)
งานพระราชทานเพลิงศพในวันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน 2554 ณ เมรุวัดโพธิ์ชัยศรี ต.ยางชุมน้อย อ.ยางชุมน้อย




วันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ติวเตอร์กับครูซุนย้ง


ด้วยประสบการณ์รุ่นผมสีงา
ฝึกสอนครั้งแรกที่โรงเรียนบ้านสร้างถ่อ ตำบลสร้างถ่อ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อปีการศึกษา 2518 เคยสอนคณิตศาสตร์นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 รุ่น เกิดปี 2507
มาบรรจุ เป็นครูเมื่อปี 2519 สอนทุกวิชา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
2520 เน้นการสอนคณิตศาสตร์ ประถมปลาย
2524 สอนประถม มัธยมต้น มัธยมปลาย ทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน
2535 เป็นหัวหน้าฝ่ายวิชาการมัธยม ขยายโอกาส สอนคณิตศาสตร์เป็นหลัก
2539 ศึกษาความรู้เพิ่มเติมหลายสาขา กฎหมาย พุทธศาสนา ท้องถิ่น ศิลปะ พละ และคอมพิวเตอร์
2547 ศึกษาคอมพิวเตอร์ที่ประเทศสิงค์โปร์
2548- ปัจจุบัน ศึกษา เกี่ยวกับการสอน ภาษาและวัฒนธรรมจีนและสอนภาษาจีน
2554 ต้องการสอนทุกวิชาสำหรับนักเรียนในระบบออนไลน์เน้นประถมศึกษา
เริ่มจากสรรหาเว็บไซท์ดีๆสำหรับนักเรียน ดังนี้
วิทยาศาสตร์ ( สสวท )
ภาษาอังกฤษ (ชมรมภาษาอังกฤษ)
สุขศึกษาพลศึกษา
การงานอาชีพ

นักเรียนเห็นเว็บไซท์ดีๆ เกี่ยวกับการศึกษา ช่วยโพสต่อด้วย เพื่อนๆ จะได้เข้าไปเรียนรู้ด้วยกันครับ

วันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

20ดอลล่า

แปลเป็นภาษาไทย


วันหนึ่งพ่อกลับมาจากทำงานดึกแล้ว,เขาทั้งเบื่อและเหนื่อยกับการทำงาน พอมาถึงบ้าน เขามองเห็นลูกยืนพิงข้างประตู ลูกถามว่า “พ่อฉันขอถามหน่อยได้ไหม”

พ่อพูดว่า “มีคำถามอะไรเหรอ”

ลูกพูดว่า”พ่อทำงานได้ชั่วโมงละเท่าไหร่”

พ่อพูดว่า”ไม่ใช่เรื่องของเธอ มาถามเรื่องนี้ทำไม”

"ฉันต้องการที่จะทราบว่าคุณพ่อทำงานได้ชั่วโมงละเท่าไหร่กรุณาช่วยบอกฉัน" ลูกทวนคำถามอีกครั้ง” "ถ้าคุณต้องทราบฉันก็จะบอกฉันทำงานได้20ดอลลาร์ ชั่วโมง."

ลูกได้ยินก็ก้มหัวลง แล้วพูดว่า”ผมขอยืมสัก10ดอลล่าหน่อยครับ”

พ่อโมโหพูดว่า”ถ้าเธอคิดจะยืมเงินแล้วไปซื้อของเล่นไร้สาระ ให้รีบกลับเข้าห้องไปนอนซะ แล้วคิดให้ดีว่า ทำไมเธอจึงเป็นคนแบบนี้ เห็นแก่ตัว ฉันอุตส่าทำงานเหนื่อยไม่มีเวลาจะมาเล่น ไม่มีเวลามาเล่นของเล่นกับเธอที่เธอคิดอยากจะซื้อหรอก”

ลูกเศร้าแล้วเดินกลับห้อง

พ่อนั่งลง ทั้งๆที่ยังโกรธอยู่ ต่อมาเขาก็นิ่ง

เขาก็ใคร่ครวญคิด เขาดุกับลูกมากเกินไปหรือเปล่า หรือลูกเขาอยากจะได้ของเล่นจริงๆ โดยปกติลูกคนนี้ไม่เคยเห็นเขามาขอเงินเลย

แล้วพ่อก็เดินไปที่ห้องนอนของลูกแล้วพูดว่า”นอนหรือยังลูก”

ลูกพูดว่า”พ่อฉันยังนอนไม่หลับเลย”

เมื่อตะกี้พ่อไม่น่าดุเธอเลย เอานี่เงิน10ดอลล่าที่เธออยากจะได้” พ่อกล่าวพร้อมยื่นเงินหให้10ดอลล่า

ลูกดีใจมากแล้วดึงหมอนของตนเองขึ้นมาแล้วเอาเงินที่ใต้หมอนขึ้นมาอีก10ดอลล่า

พ่อพูดว่า”มีเงิน10ดอลล่า ทำไม่จึงอยากจะได้เงินอีกหล่ะ”

ลูกพูดว่า”เงินยังไม่พอ แต่ตอนนี้พอแล้ว พ่อตอนนี้ผมมีเงิน20ดอลล่าแล้ว ฉันมีเงินพอที่จะซื้อเวลาพ่อได้1ชั่วโมง ได้ไหมครับ”

วันพรุ่งนี้ผมขอซื้อเวลา1ชั่วโมงของพ่อ ให้กลับมากินข้าวที่บ้านกับผมครับ”


ภาคภาษาจีน


一天,爸爸下班回到家已经很晚了,他很累也有点儿烦,他发现五岁的儿子靠在门旁正等着他。

爸,我可以问您一个问题吗?

么问题?”“爸,您一小时可以赚多少钱?”“这与你无关,你为什么问这个问题?亲生气地说。
我只是想知道,你、请告诉我,您一小时赚多少钱?小孩儿哀求道。假如你一定要知道的话,我一小时赚二十美金。

哦,小孩儿低下了头,接着又说,爸,可以借我十美金吗?亲发怒了:如果你只是要借钱去买毫无意义的玩具的话,给我回到你的房间睡觉去。好好想想为什么你会那么自私。我每天辛苦工作,没时间和你玩儿小孩子的游戏。

  小孩儿默默地回到自己的房间关上门。

亲坐下来还在生气。后来,他平静下来了。心想他可能对孩子太凶了――许孩子真的很想买什么东西,再说他平时很少要过钱。

亲走进孩子的房间:你睡了吗?”“爸,还没有,我还醒着。孩子回答。

刚才可能对你太凶了,亲说,我不应该发那么大的火儿――这是你要的十美金。”“爸,谢谢您。孩子高兴地从枕头下拿出一些被弄皱的钞票,慢慢地数着。

为什么你已经有钱了还要?亲不解地问。

为原来不够,但现在凑够了。孩子回答:爸我现在有 // 二十美金了,我可以向您买一个小时的时间吗?明天请早一点儿回家――我想和您一起吃晚餐。

――
节选自唐继柳编译《二十美金的价值》


อักษรเสียงหรือพินอิน


Zuòpǐn 7 Hào

Yī tiān
bàbɑ xiàbān huídào jiā yǐ·jīng hěn wǎn letā hěn lèi yě yǒu diǎnr fántā fāxiàn wǔ suì de érzi kào zài mén páng zhèng děngzhe tā
“Bà
wǒ kěyǐ wèn nín yī gè wèntí mɑ
“Shénme wèntí
”“nín yī xiǎoshí kěyǐ zhuàn duō·shǎo qián”“Zhè yǔ nǐ wúguānnǐ wèishénme wèn zhège wèntíFù·qīn shēngqì de shuō
“Wǒ zhǐshì xiǎng zhī·dào
qǐng gàosù wǒnín yī xiǎoshí zuàn duō·shǎo qiánXiǎoháir āiqiú dào,“Jiǎrú nǐ yīdìng yào zhī·dào de huàwǒ yī xiǎoshí zhuàn èrshí měijīn
“ò
Xiǎoháir dīxiàle tóujiēzhe yòu shuōkěyǐ jiè wǒ shí měijīn mɑFù·qīn fānù leRúguǒ nǐ zhǐshì yào jiè qián qù mǎi háowú yìyì de wánjù de huàgěi wǒ huídào nǐ de fángjiān shuìjiào·qùHǎohǎo xiǎngxiɑng wèishénme nǐ huì nàme zìsīWǒ měitiān xīnkǔ gōngzuòméi shíjiān hé nǐ wánr xiǎoháizi de yóuxì
Xiǎoháir mòmò de huídào zìjǐ de fángjiān guān·shàng mén

Fù·qīn zuò xià·lái hái shēngqì
Hòuláitā píngjìng xià·lái leXīnxiǎng tā kěnéng duì háizi tài xiōng le──huòxǔ háizi zhēnde hěn xiǎng mǎi shénme dōngxizài shuō tā píngshí hěn shǎo yàoguò qián
Fù·qīn zǒujìn háizi de fángjiān
Nǐ shuìle mɑ”“hái méi·yǒuwǒ hái xǐngzheHáizi huídá
“Wǒ gāngcái kěnéng duì nǐ tài xiōng le
Fù·qīn shuōWǒ bù yīnggāi fā nàme dà de huǒr──zhè shì nǐ yào de shí měijīn”“xièxie nínHáizǐ gāo xīng de cóng zhěntou·xià náchū yīxiē bèi nòngzhòu de chāopiàomànmàn de shùzhe
“Wèishénme nǐ yǐ·jīng yǒu qián le hái yào
Fù·qīn bùjiě de wèn
“Yīn·wèi yuánlái bùgòu
dàn xiànzài còugòu leHáizi huí dáwǒ xiànzài yǒu //èrshí měijīn lewǒ kěyǐ xiàng nín mǎi yī gè xiǎoshí de shíjiān mɑMíngtiān qǐng zǎo yīdiǎnr huíjiā ——wǒ xiǎng hé nín yīqǐ chī wǎncān

Jiéxuǎn zì Táng Jìliǔ biānyì
Ershí Měijīn de Jiàzhí


ได้รับคำแน่ะนำเว็บไซท์จาก ดร.ลู่ สถาบันขงจื้อสารคาม เมื่อปี 2552

เว็บไซท์อ้างอิงที่ http://www.pthxx.com/01ld/ld-07.htm

นำมาเสนอโดย นายซุนย้ง แซ่เตียว